ตามสัญญา นางฟ้าองค์ที่สอง
posted on 17 May 2012 15:04 by witsaya
แต่ก่อนมีครอบครัวผู้มีอันจะกินครอบครัวหนึ่ง
สองสามีภรรยามีลูกสาวที่เฉลียวฉลาดคนหนึ่ง
ลูกสาวคนนี้ที่คอมักจะห้อย กวนอิมหยกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ
ครั้งหนึ่งได้เกิดสงครามกลางเมือง โชคร้ายมารดาได้เสียชีวิตขณะชุลมุน
บิดาได้พาลูกสาวหนีภัยไปอยู่ที่อื่น ระหว่างทางได้แวะพักที่โรงแรมและเสียชีวิตที่นั่น
น่าสงสารเด็กหญิงทีตอนนั้นมีอายุเพียง 8 ปีในสภาพโดดเดี่ยวตัวคนเดียว
ทั้งไม่มีเงินติดตัว แม้เธอจะเที่ยวเดินขายตนเพื่อทำศพบิดา
แต่ทุกคนต่างอยู่ในภาวะหนีภัยสงคราม ไม่มีใครยื่นมือให้ความช่วยเหลือ
จึงจำเป็นต้องไปขายตนแก่หอนางโลม มีกำหนดห้าปีโดยทำงานอยู่ในหอ
เนื่องจากเธอเป็นเด็กฉลาดและสามารถร้องเพลงสร้างความบันเทิงแก่ผู้คนในหอ
และมักได้รับเงินเป็นรางวัล ซึ่งเธอก็เก็บสะสม แล้วนำไปช่วยเหลือแก่คนยากไร้
เพื่อเป็นการสร้างกุศล
จะกล่าวถึงอีกที่หนึ่งมีพี่น้องสองคน คนน้องเป็นลูกของแม่เลี้ยงซึ่งเป็นคนโหดร้าย
โดยมักจะหาเหตุเพียงเล็กน้อยมาข่มเหงคนพี่ วันหนึ่งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย
ก็โบยตีคนพี่จนมือขวาพิการ จึงอ้างเหตุนี้ไม่ให้เขาเรียนหนังสืออีกต่อไป
โดยให้ทำงานมีหน้าที่คอยรับใช้น้องชาย ต่อมาคนน้องเตรียมเข้าเมืองหลวง
ไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อไปสอบชิงตำแหน่งจอหงวน แม่เลี้ยงจึงเตรียมเงินไปจำนวนมาก
โดยให้คนพี่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ระหว่างทางคนน้องก็เอาแต่เที่ยวหอนางโลม
หาความสุขสำราญไหนเลยจะมีใจดูหนังสือ ต่อมา
ก็ไปเที่ยวที่หอนางโลมในตำบลเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หอนางโลมแห่งนั้นก็คือ
สถานที่ทำงานของเด็กหญิงขายตนดังกล่าวข้างต้น
เด็กหญิงได้ทราบเรื่องราวของสองพี่น้องโดยบังเอิญ เธอเห็นคนพี่มีนิสัยซื่อตรง
เลยเกิดความเห็นใจว่า สองพี่น้องคนหนึ่งไม่มีเงินเรียนหนังสือ
แต่อีกคนหนึ่งใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย ดูช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
เธอจึงอาศัยตอนที่ทางบ้านของสองพี่น้องส่งเงินมา
โดยแอบเอาเงินส่วนตัวให้คนพี่ โดยบอกว่าแม่เลี้ยงส่งเงินมาให้คนพี่เรียนหนังสือ
คนพี่จึงมีโอกาสได้เรียนหนังสืออีก ส่วนคนน้องรู้จักแต่จะเที่ยวหาความสำราญ
จนละเลยการเรียน ยอมทำตนให้ตกต่ำโดยแท้
ไหนเลยยังจะสามารถไปร่วมสอบชิงจอหงวนได้อีก นี่คือผลแห่งความไม่รักดี
ต่อมาเด็กหญิงที่ขายตนทำงาน อยู่ในหอครบกำหนดห้าปีเป็นอิสระแก่ตน
จึงออกจากหอไปอยู่วัดใหญ่แห่งหนึ่ง โดยช่วยงานต่าง ๆ ภายในวัด
อาจารย์แม่ชีที่ดูแลวัดเห็นเธอขยันและเฉลียวฉลาด
จึงตั้งให้เธอเป็นเจ้าอาวาสดูแลทุกอย่างในวัด
วันหนึ่งมีคนมาแจ้งที่บ้านของสองพี่น้องว่า จอหงวนปีนี้ เป็นคนเขียนพู่กันมือซ้าย
เนื่องจากมือขวาของคนพี่ถูกแม่เลี้ยงตีจนพิการ ดังนั้นจึงต้องใช้มือซ้ายเขียนหนังสือ
แม่เลี้ยงคิดว่าลูกของตนสอบได้ตำแหน่งจอหงวน รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก
ต่อมาเมื่อรู้ว่าเป็นชื่อของคนพี่ก็ตกใจ
วันหนึ่งคนพี่ที่เป็นจอหงวนไปวัดที่เด็กสาวเป็นเจ้าอาวาสอยู่
เธอรู้ว่าจอหงวนใหม่ผู้นี้คือคนที่เธอเคยให้ความช่วยเหลือก็รู้สึกยินดีมาก
แต่เกรงว่าต่อไปเมื่อเขารู้ความจริง อาจไปที่วัดหาทางตอบแทนบุญคุณก็ได้
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจออกจากวัดเพื่อไปบำเพ็ญเพียรตามป่าเขา
กล่าวถึงจอหงวนเมื่อกลับถึงบ้านก็รีบไปหาแม่เลี้ยง
กล่าวถึงจอหงวนเมื่อกลับถึงบ้านก็รีบไปหาแม่เลี้ยง
คุกเข่ากราบขอบคุณและกล่าวว่า ที่ตนสามารถสอบได้ตำแหน่งจอหงวน
ล้วนเป็นเพราะแม่เลี้ยงเมตตาให้เงินเรียนหนังสือ
ตอนนั้นแม่เลี้ยงละอายใจมากจึงได้ออกจากบ้านไป
กล่าวถึงเด็กสาวรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะเป็นเจ้าอาวาสอยู่ในวัดอีกต่อไป
ขณะที่เธอมุ่งหน้าเข้าป่าเพื่อบำเพ็ญเพียร ระหว่างทางได้พบหญิงชราคนหนึ่ง
หน้าตาเศร้าหมองกำลังเดินไปเดินมาอยู่ที่ถนน
เด็กสาวเกรงว่านางอาจกระทำในสิ่งที่ ไม่คาดฝัน จึงเข้าไปสอบถาม
ที่แท้หญิงคนนี้คือแม่เลี้ยงของ จอหงวน เนื่องจากไม่อาจสู้หน้าคน
จึงคิดจะหาที่ฆ่าตัวตาย เด็กสาวพยายาม ปลอบโยนต่าง ๆ นา ๆ
จนนางเลิกล้มความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เด็กสาวมีความเมตตาสงสาร
จึงเอากวนอิมหยกที่ติดตัวตลอดเวลามอบให้หญิงชรา
โดยคล้องคอให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และด้วยน้ำใจอันดีงามของเธอ
สะท้านถึงฟ้าเบื้องบน ทันใดนั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมได้ปรากฏกายให้เธอเห็น
พอเธอเห็นพระโพธิสัตว์เสด็จมาก็ดีใจสุดจะกล่าว
พลันจิตวิญญาณก็ขึ้นไปหาพระโพธิสัตว์พระโพธิสัตว์ได้นำเธอสู่สรวงสวรรค์ทันที

เครดิตจาก
edit @ 17 May 2012 15:20:03 by pigton
edit @ 17 May 2012 15:32:30 by pigton
Tags: สุขทุกศุกร์5 Comments
KISAYA~~